เรื่องทางบ้าน

ที่บ้านเป็นครอบครัวคนจีน(แต่ไม่ได้อยู่แบบกงสี) ฉันเป็นลูกคนกลาง มีพี่สาวคนนึง น้องชายคนนึง วันหนึ่งฉันกินข้าวเสร็จ เอาจานไปล้างในอ่าง ในอ่างมีจานของใครสักคนในบ้านวางทิ้งไว้อยู่ อาม่าถามว่าทำไมไม่ล้างจานที่อยู่ในอ่างด้วย ฉันเลยถามกลับไปว่าแล้วอีกจานนึงของใคร อาม่าบอกของน้องชาย ฉันเลยถามกลับไปว่าแล้วทำไมน้องชายถึงไม่ล้างล่ะ อาม่าบอกฉันว่าเพราะน้องเป็นผู้ชาย เรื่องทางบ้านจาก นิรนาม อายุ 22 ปี เดือนนี้ทั้งเดือนเป็นเดือนเฉลิมฉลองวันสตรีสากล Thaiconsent ขอเป็นส่วนหนึ่งในการบอกเล่าเรื่องราวการสู้เพื่อสิทธิ,
  คือพ่อเราเป็นคนชอบปัสสาวะเลอะขอบชักโครก ตอนเราไปใช้ต่อก็รู้สึกไม่โอเคมากๆ เลยไปบอกพ่อ แต่พ่อก็เถียงว่าเป็นสบู่(?) และยังทำอีก ทั้งๆ ที่เราบอกเตือนหลายครั้งแล้ว กระทั่งพ่อบอกว่าทำความสะอาดมันเป็นหน้าที่ของผู้หญิง เรานี่ ห้ะ? ฉี่ไม่ลงโถเนี่ยนะหน้าที่ผู้หญิงต้องมาตามเช็ด? เราคิดว่าพ่อก็น่าจะแค่กวนนั่นแหละ แต่ชุดความคิดที่ผู้หญิงต้องทำงานบ้านให้ผู้ชายนี่พ่อมีเต็มๆ . . อย่างตอนถอดเสื้อผ้าใช้แล้ว พ่อก็จะวางกองมันไว้ตรงนั้น ไม่มีการพับเก็บใดๆ ในทางกลับกันถ้าเป็นเราทำพ่อจะดุว่าเป็นผู้หญิงทำไมวางเสื้อผ้าแบบนี้
สำหรับคนที่ไม่เข้าใจว่า วงการผู้​หญิง​นั้นยากที่จะเข้าถึงเป็นอย่างไร เราอยากยกตัวอย่างงานของเราให้ฟัง คือเราทำงานเกี่ยวกับยาเสพติด​และการผลักดันให้กัญชาถูกกฎหมาย​ ในการทำเรื่องนี้ เราเคยเป็น​ผู้​หญิง​คนเดียว​ในกลุ่มที่ไปเยี่ยม​ชม​แหล่ง​ผลิต​ยาเสพติดในป่าในเขา เราเคยร่วมวงสังสรรค์​ต่างแดนโดยเป็น​ผู้​หญิง​คนเดียวในกลุ่ม เราเคยอยู่ในห้องที่มีคนนับได้หลายสิบ​คน และเราเป็น​ผู้​หญิง​แค่คนเดียวในห้องนั้น . . คุณอาจจะถามว่าแล้วทำไมผู้หญิงถึงมาอยู่ตรงนี้? สำหรับเราแล้วซึ่งเคยบริหารสำนักงาน​กฎหมาย​มา​ 10 กว่าปี เราคิดว่า เพศไม่ควรเป็นอุปสรรคในงานที่เราอยากทำ . . ที่จริงแล้วในสายงานนี้
  ที่บ้านเป็นร้านขายอะไหล่ซึ่งตัวเราเองก็ต้องไปช่วยในร้านตั้งแต่เล็ก ตั้งแต่เรายังเด็กก็มักจะมีลูกค้าหรือคนอื่นๆที่มาที่ร้านพูดกับพ่อเราว่า น่าเสียดายเนอะที่จะไม่มีคนมารับช่วงต่อที่ร้านเพราะที่บ้านมีแต่ลูกผู้หญิง (ที่ร้านเรามักจะมีคนเอาชิ้นงานมาให้พ่อเราช่วยซ่อมด้วยค่ะ) ซึ่งพ่อเราก็มักจะเออออกับเขาไปด้วย . . ตั้งแต่เล็กจนโตมานั้นพ่อเราก็ไม่เคยสอนให้ซ่อมหรืออะไรเลยทั้งสิ้น เราได้แต่ช่วยหยิบของ ซึ่งบางทีเราก็สงสัยว่า ถ้าเราเกิดเป็นผู้ชาย เราจะโดนอะไรแบบนี้ไหม . . เวลามีคนบอกว่าการเลือกปฏิบัติทางเพศไม่มีจริง เราก็จะบอกว่า ถ้ามันไม่เกี่ยวกับเรื่องเพศ แล้วทำไมช่างที่เคยมาซื้อของที่บ้านเรามักจะเอาแต่ลูกชายมาช่วย ส่วนลูกสาวที่มาด้วยนั้นกลับไม่สอนหรือปล่อยให้นั่งเฉยๆ
  คนที่เราเคยคบ ไม่ชอบให้เราไปเที่ยวกับกลุ่มที่มีสัดส่วนของเพื่อนผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ไม่ยอมให้เราติดรถเพื่อนผู้ชายไปซื้อของ ทั้งๆ ที่เรามาเรียนต่อต่างประเทศ การเดินทางมันลำบากมาก แล้วเราก็ไม่มีตัวเลือกเพื่อนได้เยอะเท่าที่ไทย เราถามว่าคบกันมาตั้งหลายปี ไม่เชื่อใจเราเลยเหรอ  เค้าก็ให้เหตุผลมาตลอดว่าเพราะเราเป็นผู้หญิง เราดูแลตัวเองไม่ได้ (ทั้งที่เราเป็นศิลปะป้องกันตัวด้วยซ้ำ) เค้าเชื่อใจเรานะแต่เค้าไม่เคยเชื่อใจเพื่อนผู้ชายรอบตัวเราเค้าพูดเหมือนเพื่อนผู้ชายทุกคนเราจะพาเราไปข่มขืนตลอดเวลาที่มีโอกาสเค้าไม่เคยเชื่อใจเราด้วยซ้ำว่าเราจะสามารถประเมินสถานการณ์ได้ เราบอกแบบนี้มันไม่แฟร์ ทีเราไม่เคยห้ามเค้าไม่ให้ไปกับเพื่อนผู้หญิงเลยนะ เค้าก็บอกว่า ถ้าเค้ามีเพื่อนผู้หญิงมาขอติดรถ เค้าจะให้เพื่อนผู้หญิงคนนั้นโทรบอกพ่อบอกแม่ก่อนว่านั่งรถมากับเค้า เราจะได้สบายใจ
เราเคยถูกที่บ้านบังคับให้คบหาดูตัวกับหนุ่มฝรั่ง เรื่องมีอยู่ว่า ตอนนี้เราอายุ 25 ปีพอเราเรียนจบปริญญาแล้วก็เข้ามาทำงานที่กรุงเทพ เราสนุกกับชีวิตและพัฒนาตัวเองต่อไปเรื่อยๆจนกระทั่งเราตัดสินใจสอบเข้าเรียนปริญญาโทที่มหาลัยแห่งหนึ่งซึ่งเป็นคณะและสาขาที่เราใฝ่ฝันอยากเรียนมานาน และในเย็นวันหนึ่งที่เรากำลังมีความสุขกับชีวิตของเราอยู่นั้น พ่อก็โทรมาหาบอกเราว่า ป้าของเราซึ่งแต่งงานกับคนเยอรมัน ได้นัดแนะฝรั่งซึ่งเป็นเพื่อนของลุงมาที่ไทย พวกเขามีลูกชายมาด้วยอายุราวๆ ฉัน เขาอยากให้มาเจอกันและเป็นเพื่อนกัน แต่มันคือการดูตัวแน่ๆ อย่างไม่ต้องสงสัย . . เรามีแฟนแล้ว ซึ่งเรากับแฟนมีความสุขกันดีมาหลายปี โดยที่ที่บ้านก็รู้ว่าเราเองมีแฟนด้วยนะ
ฉันถูกสอนว่า เสื้อผ้าของผู้หญิง โดยเฉพาะชิ้นท่อนล่าง จะต้องไม่วางตรงบันได เพราะลุงและลูกพี่ลูกน้องที่เป็นผู้ชายไม่ควรจะต้องเดินลอดของเหล่านี้ ฉันถามแม่ว่า แล้วทำไมพวกลุงจึงพาดกางเกงบนราวบันไดชั้นบนให้เราเดินลอดได้ แม่ไม่มีคำตอบให้ฉัน.... . . เราเป็นครอบครัวใหญ่ ฉันอาศัยอยู่กับแม่และครอบครัวของป้า ที่มีลุงเขย ลูกพี่ลูกน้อง และแม่ของลุงเขย บ้านของฉันมีสองชั้น ห้องของฉันกับแม่อยู่ตรงทางขึ้นบันไดพอดี . . วันหนึ่ง
ฉันเกิดมาเป็นเพศชายโดยกำเนิด และเอาจริงๆ ตามภาษาปาก ฉันก็คือตุ๊ดนั้นแล ตอนเด็กฉันเห็นยายของฉันนั่งทอผ้าไหม ฉันเกิดสนใจและหลงใหล ฉันได้เข้าไปถามไปช่วยยายของฉันเวลาทอผ้า ยายของฉันก็สอนฉันทอผ้า แต่แล้วเมื่อลุง ๆ น้า ๆ เข้ามาเห็น เขาก็ยืนหัวเราะเยาะ ลุง ๆ น้า ๆ พูดทำนองแปลกใจ ว่า
พูดถึงชุดนักเรียนหญิงเนี่ย กางเกงซับเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องแบบไปกลายๆ แต่ผู้ชายขากางเกงกว้างไปถึงไหนต่อไหน ไม่เห็นมีใครพูดว่าผู้ชายต้องใส่ซับบ้าง คือตั้งแต่เด็กเราเป็นคนที่ไม่เคยใส่กางเกงซับ ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องใส่ กระโปรงเราก็ยาวคลุมเข่าอยู่แล้ว ถ้าใส่ก็ต้องซักเสื้อผ้าเพิ่ม จนถึงประมาณป.6 เราโดนเพื่อนผู้หญิงแกล้งเปิดกระโปรงเลยไปเปิดของเพื่อนคืนแล้วเห็นเพื่อนใส่กางเกงซับเราอึ้งมากเพราะไม่รู้ว่าทุกคนใส่กันเราที่ไม่เคยเห็นความจำเป็นก็บอกแม่ให้ซื้อให้บ้างแต่พอลองใส่แล้วก็อึดอัดร้อนและยังต้องคอยดึงลงอยู่ตลอดเลยเลิกไป . . จนเข้าโรงเรียนใหม่ม.1 ตอนที่เพื่อนคุยกันเรื่องกางเกงซับ เราก็บอกว่าเราไม่ใส่ ร้อน อึดอัด เพื่อนแปลกใจมาก บอกว่า กางเกงซับควรใส่ให้เป็นปกติไว้
บ้านเราจีนจ๋า ปู่โล้สำเภามาเมืองไทย เราเป็นลูกสาวคนสุดท้อง มีพี่ชายเป็นพี่คนกลาง และมีพี่สาวอีกคนเป็นลูกคนโต ซึ่งที่บ้านเราก็จะคิดว่า แค่มีลูกชายก็พอแล้ว นับหน้าถือตาออกงานสังคมได้แล้ว ลูกสาวก็นั่งเงียบๆ ไป ที่เจ็บใจที่สุดก็แม่เรานี่แหละที่ชอบลดบทบาทและลดความสำคัญเรา ยิ่งเป็นน้องเล็กยิ่งถูกไม่ให้ความสำคัญ ไม่ว่าอะไรก็ต้องให้พี่ก่อน เราต้องใช้ของต่อจากพี่ ทั้งพี่ชายพี่สาว หรือเราอยากเรียนพิเศษอะไรแม่ก็ไม่ให้ แต่ถ้าพี่ชายเราอยากเรียนแม่จะไปติดต่อให้ทันที แล้วค่อยพ่วงเราไปเรียนด้วยแล้วอ้างว่าพี่ชายก็เรียนอันนี้ดี/อันนี้ดีกว่าตั้งเยอะ . .
เราถูกแฟนเก่าบังคับขืนใจให้มีเพศสัมพันธ์ด้วยเพียงเพราะในตอนนั้นเราต้องการจบความสัมพันธ์กับเขา มันเกิดจากความคิดทุเรศทุรังว่าเซ็กส์จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น เหมือนในละครไทยที่เราชอบเห็นฉากนั้นกัน เขาพูดเหตุผลเลวๆ ว่านึกว่าทำๆ ไปเดี๋ยวก็ดีเองแบบในหนัง แต่มันเป็นแผลในใจเรามาจนถึงตอนนี้ที่ยังก้าวผ่านมันไปไม่ได้ . . ณ ตอนๆนั้นเรารู้สึกว่านี่มันไม่ใช่ร่างกายของเราอีกแล้ว เราเป็นแค่อะไรบางอย่างที่ไม่มีอำนาจเหลือในตัวเรา มันทำให้เราเกือบซึมเศร้าจนคิดฆ่าตัวตาย . . ที่แย่กว่านั้นคือ เราไม่สามารถดูละครไทยได้อีกต่อไปแล้ว เพราะทุกเรื่องมีฉากล่วงละเมิดทางเพศตลอด และละครไทยก็ยังตีแผ่ค่านิยมผิดๆ เช่นสงครามนักปั้น2ที่เพิ่งจบไป
เราเคยอยู่ในการเมืองมหาวิทยาลัย สมัยนั้น เรากำลังฟอร์มทีมจะลงเลือกตั้งมหาวิทยาลัย มีตำแหน่งหัวเรืออยู่3ตำแหน่ง ซึ่งหาได้แล้ว2 (เป็นผู้ชายทั้งคู่) ขาดอีก1 ในทีมก็คุยกันว่าใครเหมาะสมกับตำแหน่งนั้น จนเพื่อนคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า เอางี้ละกัน เขียนชื่อผู้ชายทุกคนบนกระดานแล้วโหวตกันว่าใครเหมาะสมที่สุด ใครได้คะแนนเยอะสุดก็ให้คนนั้นไป . . ซึ่งเราก็พูดไปว่า ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าคนที่มีสิทธิ์ได้ตำแหน่งนี้ก็มีแค่ผู้ชายสิ . . เขาก็ตอบมาว่า มันก็ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว
โรงเรียนหนูไม่ให้นักเรียนหญิงนั่งขัดสมาธิ ให้นั่งพับเพียบเพื่อที่จะได้เป็นกุลสตรี ซึ่งกระโปรงของพวกเราค่อนข้างยาว จะใช้เหตุผลกลัวหวอออกก็ไม่ใช่ เด็กผู้ชายใส่กางเกงขาสั้นนั่งจะเห็นไข่ ครูไม่เห็นบอกให้ผู้ชายนั่งพับเพียบ ไหนจะเรื่องเสื้อซับในกับกางเกงซับไหน ผู้หญิงคนไหนไม่ใส่ จะถูกเพื่อนคนอื่นๆ ด่าว่าแรด ชอบอ่อยผู้ชาย ไอ้เราฟังแล้วก็อึ้งและเสียใจมากที่วันนั้นไม่ได้ช่วยพูดอะไรออกไป . . ซึ่งการมองว่าผู้หญิงต้องเป็นกุลสตรีเนี่ย มันลามไปถึงวิธีคิดของผู้ใหญ่ด้วยว่า เวลาเด็กผู้หญิงทำงานไม่เรียบร้อย พวกเราจะโดนด่าว่า “ผญอย่างงี้อย่าเอาไปเป็นเเม่พันธุ์” .
เราเติบโตมาด้วยความรู้สึกไม่เท่าเทียมกับลูกพี่ลูกน้องผู้ชายเสมอๆ ลูกพี่ลูกน้องผู้ชายได้กินของดีๆ ลูกพี่ลูกน้องผู้ชายที่ได้กินข้าวหุงใหม่ ลูกพี่ลูกน้องผู้ชายที่ไม่ต้องเก่งอะไรมากก็มีกิจการของที่บ้านรองรับอนาคต เชื่อไหมว่าถ้าเปิดซีรีย์เรื่องเลือดข้นคนจาง ฉากกินข้าวโต๊ะจีนทั้งหมด เราแทบจะชี้ได้เลยว่าใครเล่นบทไหนในบ้านเราบ้าง อย่างแม่เรา เป็นลูกสาวคนโตไม่ได้รับการศึกษาเท่าน้องๆ ตาและยายก็พูดย้ำอยู่เสมอว่าถ้าหลานคนโตแบบเราเป็นผู้ชายก็คงดี . . ก่อนหน้านี้เราเคยไม่คิดอะไรในเรื่องนี้ จนกระทั่งเรากลับไปเจอเรียงความที่ตัวเองเขียนสมัยเด็ก เราได้เห็นว่าความรู้สึกที่มีรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเป็นความรู้สึกผิดในใจที่ตัวเองไม่ได้เกิดมาเป็นผู้ชาย . . ชัดที่สุดคือตอนยายตาย ในงานศพของยายที่เราและน้องเป็นผู้ดูแลมาตลอดชีวิตต้องระเห็จไปยืนอยู่ไกลๆ
เราเคยถูกลูกพี่ลูกน้องล่วงละเมิดตอนเด็ก หลังจากพ่อแม่ของทั้งสองคนทราบเรื่อง คุณพ่อคุณแม่เขามาขอโทษเรา บอกให้เราคิดถึงอนาคตของลูกๆเขา แล้วพยายามเชื่อมสัมพันธ์เรากับลูกพี่ลูกน้องอยู่บ่อยๆ เช่น ให้เขามารับมาส่ง เหมือนเป็นการไถ่โทษ ... แต่เรารู้สึกกลัวอยู่ตลอดเวลา . . พอเราโตขึ้น เราเริ่มทำงานเกี่ยวกับความรุนแรงทางเพศ ก็คุยกับป้าเรื่องงานที่เราทำ แต่ป้าคนนี้ (ซึ่งเป็นญาติของคนที่เคยล่วงละเมิดเราเนี่ยแหละ) มักจะทำหน้าหงุดหงิดทุกครั้งที่คุยเรื่องงานของเรา บอกว่าไม่อยากคุยเรื่องนี้ ถามเราว่าเราจะเอาอะไรอีก
Image is not available
Image is not available
เกี่ยวกับเรา

สื่อออนไลน์ว่าด้วยเซ็กส์และเพศสัมพันธ์ สอดแทรกเนื้อหาสาระทางสังคมสร้างสรรค์

ติดต่อเรา

Thaiconsent@gmail.com

Follow Us
Slider