หน้าแรก เว็บบอร์ด (Beta) ถามตอบเรื่องละเมิดทางเพศ เคยถูกล่วงละเมิดทางเพศตอนฝึกงาน มีอะไรที่เราทำได้อีกมั้ย

  • เคยถูกล่วงละเมิดทางเพศตอนฝึกงาน มีอะไรที่เราทำได้อีกมั้ย

  • p__m_i_

    Member
    มกราคม 29, 2021 at 11:12 pm
    5 Stars

    สวัสดีค่ะ ประมาณ 2-3 ปีก่อนเราถูกล่วงละเมิดทางเพศในที่ฝึกงานที่ NGO แห่งหนึ่งในกทม. เมื่อเราบอกหัวหน้าตอนแรกก็ถูกถามคำถามที่มีความโทษเหยื่อ แต่เค้าก็รับปากว่าจะจัดการอย่างเต็มที่ไม่นิ่งนอนใจ แต่ความเป็นจริงคือเรื่องเงียบไปเป็นอาทิตย์ทั้งๆที่เราบอกว่าพี่คนนั้น(คนที่ละเมิดเรา และพี่เค้ามีอาการป่วยทางจิต)ไม่ควรได้เข้ามาทำงานแล้วในช่วงนี้ อย่างน้อยควรไปพักขั่วคราวเพราะไม่มีใครการันตีได้ว่าพี่เค้าจะไม่ก่อเรื่องอีก แต่ทุกอย่างถูกดำเนินการล่าช้ามากจนเราทั้งโมโหและเศร้า ทุกอย่างเงียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนคนอื่นอีก 2 คนถูกล่วงละเมิดจากพี่คนเดิมในเวลาต่อมาไม่นาน เราเลยเริ่มคุยกับพี่ที่ทำงานที่ดูเข้าใจ และขอให้พี่เค้าพาไปพบหัวหน้าฝ่ายต่างๆรวมทั้งหัวหน้าคนที่ก่อตั้งองค์กร จากนั้นเราจึงได้รับเชิญเข้าไปในที่ประชุมซึ่งเราได้เชิญอาจารย์จากคณะเข้าไปพูดคุยด้วย เราและอาจารย์เสนอว่าจะทำโปรเจคต์ทางวิชาการที่ทำให้ผู้ป่วยทางจิตสามารถทำงานกับคนอื่นได้อย่างปลอดภัยและเสนอแนวทางปฏิบัติเมื่อมีการล่วงละเมิดทางเพศในที่ทำงานเกิดขึ้น เพราะหลายคนในองค์กรอ้างแค่ว่านี่เป็นครั้งแรก เลยไม่รู้จะต้องทำยังไง แต่ท้ายที่สุด หัวหน้าองค์กรปฏิเสธ และหลังจากนั้นเราพยายามร่างแนวทางปฏิบัติให้กับองค์กรแต่ไม่ได้รับการตอบรับอีกเลย เวลาผ่านไปนาน เราต้องเยียวยาตัวเองและต่อสู้กับหลายๆอย่างจากสิ่งที่เกิดขึ้น เราคาดว่าที่หน.องค์กรปฏิเสธเราเพราะไม่อยากให้เรื่องนี้มาทำลายชื่อเสียงขององค์กรที่ต้องพึ่งพาอาสาสมัครและการรับบริจาคสิ่งของที่เป็นรายได้หลักขององค์กร เพราะสถานที่เกิดเหตุเป็นจุดที่อาสาสมัครมักต้องมาทำงานด้วย พอมาวันนี้เรายังเห็นหน.องค์กรนั้นเป็นที่พูดถึงบ้าง มีแอคเฟมินิสต์เข้าไปกดไลค์บ้าง ซึ่งเราเข้าใจได้ว่าเค้าไม่ได้รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่มันทำให้เราคิดว่าเราควรต้องทำอะไรสักอย่าง มันมีอะไรอีกมั้ยที่เราพอจะทำได้ เพราะเราไม่รู้ได้เลยว่ามีคนอื่นๆอีกมั้ยใน 2-3 ปีที่ผ่านมาต้องเจอกับสิ่งที่เราเจอในองค์กรนั้น เราควรแจ้งใครหรือเปิดเผยชื่อหน.และองค์กรนั้นทางโซเชียลมีเดียไปเลยมั้ยคะ

  • OuTRaGe

    Member
    กุมภาพันธ์ 1, 2021 at 12:56 am
    4 Stars

    หากจะเปิดเผยข้อมูลใน Social media ควรพิจารณาข้อกฏหมายให้ดี หากไม่รอบคอบ อาจโดนฟ้องแก้แค้นได้ง่ายครับ

    เคยเจอเรื่องคล้าย ๆ กันนี้ และได้คุยกับน้องทันที “ควรไปแจ้งทางแผนกบุคคลโดยเร็ว”

    แม้ผลสรุปสุดท้ายทางบริษัทชั่งน้ำหนักแล้วว่า Sexual Harassment ด้วยวาจาไม่ถึงขั้นพักงาน
    แต่ให้เป็นทัณฑ์บนไว้ ถ้ามีรายงานอีกก็จะมีบทลงโทษตามมาแน่นอน

    ขอให้ผ่านวันแย่ ๆ นี้ไปได้ด้วยดีครับ

    • p__m_i_

      Member
      กุมภาพันธ์ 1, 2021 at 8:42 pm
      5 Stars

      จะระมัดระวังการเปิดเผยชื่อค่ะ ในกรณีของเราเป็นการละเมิดทางเพศทางกายค่ะ และเราได้คุยกับคนที่คิดว่าต้องคุยหมดทุกคนแล้ว ณ ตอนนั้น ขอบคุณสำหรับความเห็นและกำลังใจนะคะ มันสำคัญกับเรามากจริงๆ ขอบคุณค่ะ

  • dmdu

    Moderator
    กุมภาพันธ์ 1, 2021 at 7:32 pm
    42 Stars

    สวัสดีค่ะ รบกวนแจ้งชื่อองค์กรมาในทวิตเตอร์ @dearmedearyou ได้ไหมคะ

    ขอบคุณค่ะ

    • p__m_i_

      Member
      กุมภาพันธ์ 1, 2021 at 8:43 pm
      5 Stars

      สวัสดีค่ะ dm ไปแล้วนะคะ ขอบคุณที่ช่วยแชร์ลงทวิตเตอร์ด้วยนะคะ

  • khomkheaw

    Member
    กุมภาพันธ์ 1, 2021 at 8:26 pm
    2 Stars

    โดยปกติองค์กร NGOs จะมีเรื่องจริยธรรมของเจ้าหน้าที่องค์กรเป็นหลักปฏิบัติและมีนโยบายปกป้องและป้องกันเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับเรื่องการคุกคามทางเพศในสถานที่ทำงาน ฯลฯ สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นกับคุณนั้นผมต้องขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับจากใจและขออนุญาตแลกเปลี่ยนมุมมองและแนะนำแนวทางเท่าที่ผมพอจะคิดถึงขั้นตอนกระบวนการการปกป้องสิทธิของตัวเจ้าหน้าที่ในฐานะที่ผมก็เคยทำงาน NGOs และทำงานในส่วนของ Child Protection ซึ่งมีการปรับใช้นโยบายการคุ้มครองเจ้าหนัาที่องค์กรดังนี้ครับ

    1. การพาคุณไปพบหัวหน้าสายงานฝ่ายต่าง ๆ นั้นผมมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องอย่างยิ่งเพราะเรื่องนี้มันควรเป็นเรื่องที่ต้องจัดการเฉพาะเจ้าหน้าที่ระดับสูงขององค์กรที่มีอำนาจตัดสินใจในการเริ่มกระบวนการสอบสวนโดยให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย และการที่หัวหน้าองค์กรรับทราบ (ซึ่งหัวหน้าองค์กรนั่นแหละคือคนที่จะต้องรับผิดชอบจัดการเรื่องนี้) และยังคงไม่มีการ Take action ใด ๆ จนเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยขึ้นมาอีกถึง 2 ครั้งนั่นหมายความว่าองค์กรนี้ไม่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องการปกป้องคุ้มครองเจ้าหน้าที่ของตนเองจากการล่วงละเมิดทางเพศในสถานที่ทำงานเลย

    2. กับ “เพราะหลายคนในองค์กรอ้างแค่ว่านี่เป็นครั้งแรก เลยไม่รู้จะต้องทำยังไง” เป็นทัศนคติที่แสดงให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่เหล่านั้้นขาดความตระหนักในเรื่องการคุกคามทางเพศเป็นอย่างมาก มันไม่สมควรที่จะเกิดขึ้นกับใครทั้งสิ้น ณ ตอนนี้ผมไม่ทราบว่าคุณยังคงปฏิบัติงานอยู่องค์กรนี้อยู่หรือเปล่าแต่ผมขออนุญาตแนะนำว่าให้คุยกับหัวหน้าองค์กรอีกครั้งเพื่อทวงถามความชัดเจนว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร หากยังไม่มีความชัดเจนใด ๆ มันเป็นสิทธิของคุณที่สามารถกระทำได้ในการปกป้องสิทธิและศักดิ์ศรีของตัวเองด้วยการยุติบทบาทหน้าที่และดำเนินการแจ้งความครับ คุณไม่ใช่เหยื่อคนแรกแล้วครับผม หากไม่ทำอะไรมันก็จะมีเหยื่อรายที่ 3 ที่ 4 ตามมาโดยที่ไม่มีการดำเนินการใด ๆ เลยถึงแม้ว่าคนทำละเมิดจะมีปัญหาทางจิตเวชก็ไม่ได้เป็นข้ออ้างในการไม่รับผิดชอบใด ๆ ครับ

    3. ไม่ควรเปิดเผยชื่อหัวหน้าและชื่อองค์กรครับไม่ว่ากรณีใดก็ตาม

    สุดท้ายนี้ขอให้รวบรวมความกล้าที่จะลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิของตัวเองนะครับเพื่อตัวคุณเองและคนอื่นที่อาจจะตกเป็นเหยื่อของการคุกคามทางเพศนี้ในอนาคตครับ ผมขอเอาใจช่วยและเป็นกำลังใจให้เสมอครับ

    • p__m_i_

      Member
      กุมภาพันธ์ 1, 2021 at 8:44 pm
      5 Stars

      ขอบคุณมากๆเลยนะคะสำหรับข้อมูลทั้งหมด เป็นทั้งความรู้และสิ่งช่วยเตือนใจว่าสิ่งที่เราเจอควรมีคนให้ความสำคัญจริงๆและเราไม่ได้เรียกร้องมากเกินไปจริงๆ ขอบคุณสำหรับกำลังใจด้วยนะคะ มันสำคัญกับเรามากๆเลยค่ะ

      • khomkheaw

        Member
        กุมภาพันธ์ 1, 2021 at 8:57 pm
        2 Stars

        ด้วยความยินดีที่สุดครับ ขอให้มีพลังชีวิตที่เข้มแข็งและผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้ในเร็ววันนะครับ การลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิของคุณจะเป็นบรรทัดฐานความถูกต้องให้กับหน่วยงานนั้นและเป็นบทเรียนหรือคุณูประการให้กับคนอื่น ๆ ที่อาจหรือกำลังตกเป็นเหยื่อของการกระทำละเมิดแบบนั้นครับ สู้ ๆ ครับผม!

  • Lulla

    Member
    กุมภาพันธ์ 3, 2021 at 11:16 pm
    11 Stars

    สวัสดีค่ะ เราทำงานด้านความรุนแรงทางเพศนะคะ

    ในสังคมไทย ต่อให้เป็น NGO ก็ไม่ได้หมายความว่าจะหัวก้าวหน้าเข้าใจเรื่องความรุนแรงทางเพศ พวกเขายังคงมีกรอบความไทย คือ อาย กลัวเสียชื่อเสียง ขอโทษแล้วจบ อะไรพวกนี้อยู่มากมาย ดังนั้นถ้าเราไม่ได้รู้อยู่แล้วว่าฝ่ายบุคคลหรือหัวหน้าองค์กรเข้าใจและพร้อมปกป้อง ผลออกมาเป็นแบบนี้ คือตีเงียบตีมึน ปล่อยให้ลืม ๆ ขอให้เราวาง ๆ ให้อภัยแล้วจบไป จึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยมากค่ะ

    การเกิดขึ้นบ่อยจนเป็นปกติ ไม่ได้หมายความว่ามันถูก มันผิดค่ะ ผิดมาก ทีนี้เราจะเอากฏหมายที่ก็มีอยู่แล้วแต่ใส่พานให้ฝุ่นจับอยู่บนหิ้งพระลงมาใช้ได้ยังไง ขั้นแรกเลย เราต้องไปหาคนที่มีประสบารณ์ในการทำงานด้านนี้โดยเฉพาะ

    ทนายที่ไม่ใช่ทนายที่เข้าใจประเด็นนี้ก็ไม่ควรไปหานะคะ ในวงการทนายเค้าก็มีความเฉพาะทางของเค้า มาหาองค์กรที่ทำเรื่องเพศเลยค่ะ

    DM ไปเฟสหญิงชายก้าวไกลนะคะ เค้าตอบเร็ว หรือ Shero ก็ได้ค่ะ สำหรับการขอคำปรึกษาเรื่องกฏหมายและสิ่งที่พอจะทำได้ขั้นต้น อย่าฟังคนนู้นคนนี้มากนะคะ บางคนอาจจะบอกคุณว่าทำอะไรไม่ได้หรอกผ่านสามเดือนไปแล้ว แต่มันไม่ใช่แบบนั้นเสมอไป ฟังจากสององค์กรนี้เป็นหลักค่า

    อย่างน้อยถ้าทำอะไรทางกฏหมายไม่ได้ มันยังมีทางอื่นค่ะ เช่นอาจขอให้เจ้าหน้าที่แนะนำเรื่องการบังคับใช้กฏที่ทำงาน เราไม่รู้นะคะว่า NGO อะไร แต่ถ้าเป็นนานาชาติมันน่าจะมี SH Policy หรือ Code of Conduct อยู่บ้าง น่าจะพอสามารถทำงานกดดันภายในองค์กรได้

    โดยเฉพาะถ้ามีผู้เสียหายหลายคน รวมตัวกันไว้ ยื่นร้องเรียนด้วยกันจะมีน้ำหนักค่ะ

    สุดท้ายนอกว่าความช่วยเหลือในการเรียกร้องความเป็นธรรมทั้งหลายทั้งปวงนั้น ยังมีอีกเรื่องคือคุณควรได้ซัพพอร์ททางจิตใจนะคะ มาเข้ากลุ่มซัพพอร์ท มาพูดคุยกับเพื่อน ๆ ที่เจออะไรมาคล้ายกัน ทำบำบัด หรือมาทำความเข้าใจเรื่องเทราม่าจากเหตุการณ์รุนแรง ลองถาม Shero หรือ เฟสเพจกล้าเล่า ดูค่ะว่ามีกลุ่ม survivor มั้ย มันมีอยู่ ลองขอเค้าเข้าดูนะคะ เดี๋ยวมันจะมีเวิร์กช็อปเรื่องเทราม่าเดือนมีนา แต่เป็น WH ภายในเฉพาะเมมเบ้อ

    เป็นกำลังใจให้นะคะ

    • Lulla

      Member
      กุมภาพันธ์ 3, 2021 at 11:19 pm
      11 Stars

      รีพลายตัวเอง 55 การดำเนินการใด ๆ มีความเสี่ยงนะคะ ปรึกษาผู้รู้จริงและหาซัพพอร์ททางใจให้ดีก่อน อย่าทำอะไรคนเดียวนะคะ เป็นห่วงนะ

    • p__m_i_

      Member
      กุมภาพันธ์ 3, 2021 at 11:24 pm
      5 Stars

      ขอบคุณนะคะ เห็นด้วยมากๆค่ะ จะลองทำตามที่แนะนำดูนะคะ

Log in to reply.

Original Post
0 of 0 posts June 2018
Now