เฟมินิสต์เบื้องต้น

เฟมินิสต้า (Feminista) เป็นหนึ่งในองค์กรที่เคลื่อนไหวเพื่อสร้างความตระหนักในสังคม ทั้งบทความสร้างแรงบันดาลใจ บทความให้ความรู้ในด้านความเท่าเทียมทางเพศ รวมไปถึงการส่งต่อความรู้ให้เฟมินิสต์รุ่นใหม่ในคอร์ส School of Feminists - วันนี้เราเลยอยากชวนมาสำรวจมุมมองและฟังประสบการณ์ในเส้นทางการต่อสู้เพื่อสิทธิของคุณปลา ดาราณี ทองศิริ หนึ่งในผู้ก่อตั้งเฟมินิสต้าที่มีอุดมการณ์ต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมในสังคม   รบกวนช่วยแนะนำตัวนิดนึงได้ไหมคะ ว่าเริ่มมาทำงานตรงนี้เป็นเฟมินิสต้าได้ยังไง   ก่อนที่จะมาทำเฟมินิสต้า เราเป็นอาสาสมัครให้กับองค์กรที่ชื่อว่าอัญจารี
ในยามนี้ หากพูดถึง “การเมือง” ทุกคนจะนึกถึงทหารที่ออกมาแถลงการณ์ตามหน้าจอทีวี พรรคการเมืองที่ฟาดฟันกันในรัฐสภา หรือน้ำเสียงก่นด่ารัฐบาลของประชาชนตามแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ทั้งนี้ หากลองพิจารณาว่าการเมืองคืออะไร มีผู้ให้คำนิยามเกี่ยวกับการเมืองไว้มากมาย ซึ่งคำนิยามที่ได้รับการยอมรับในวงการรัฐศาสตร์อย่างกว้างขวาง คือ “การเมือง” เป็นเรื่องของการจัดสรร “อำนาจ” ว่าใครจะได้รับอะไร เมื่อไหร่ และ อย่างไร ดังนั้นได้ว่า ในคำว่า
ความไม่เท่าเทียมในเรื่องเพศ  ถือเป็นอำนาจกดทับผู้หญิงมาเป็นเวลาช้านาน ความไม่เท่าเทียมทางสังคมส่งผลให้เพศหญิงไม่สามารถแสดงออกในสิ่งที่ต้องการได้อย่างชัดเจน  เพศนิยม (อังกฤษ: sexism) หรือ การกีดกันทางเพศ หมายถึงการแบ่งแยกทางเพศและเลือกที่รักมักที่ชังต่อเพศใดเพศหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่จะมีผลกระทบต่อผู้หญิงและเด็กหญิง และถูกเชื่อมโยงกับการเหมารวมและบทบาททางเพศ และอาจรวมถึงความเชื่อที่ว่าเพศหนึ่งมีความเหนือกว่าอีกเพศ สิ่งนี้เองเป็นที่มาของการใช้อำนาจบทบาทในสังคมเพื่อจำกัดความสามารถของอีกฝ่ายไม่ให้แสดงออกตามที่ต้องการ  ในแง่มุมของการเหยียดเพศเองนั้นก็ยังแบ่งแยกเป็นย่อยเป็น 2 ประเภทโดยมีเรื่องของการเหยียดเพศแบบก้าวร้าวรุนแรง (Hostile sexism) คือการวิจารณ์แบบตรงไปตรงมา การลดทอนคุณค่าของผู้หญิงในวงการกีฬา ผ่านคำนิยามที่ว่าผู้หญิงเป็นเพศที่ด้อยกว่า ไม่สามารถทำกำไรได้นักในฐานะนักกีฬา
คำตอบที่ตรงที่สุดก็คือ Feminism คือแนวคิดที่สนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศและต้องการล้มล้าง Patriarchy ซึ่งเป็นคำตอบที่กำปั้นทุบดินไปหน่อยแล้วก็ประกอบไปด้วยศัพท์ภาษาอังกฤษ แต่เหตุผลที่เราขอเลือกที่จะใช้การทับศัพท์ภาษาอังกฤษแทนคำแปลเป็นภาษาไทย เพราะเราคิดว่าคำแปลของทั้ง Feminism และ Patriarchy ในภาษาไทยค่อนข้างที่จะเอื้อให้เกิดความเข้าใจผิดต่อความหมายจริง ๆ ได้ง่ายมากโดยเฉพาะเมื่ออ่านผ่าน ๆ บทความนี้เราอยากให้ลองเปิดใจอ่านกันก่อน เลยลองเลี่ยงคำที่อาจจะทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อนไปดีกว่า Feminism ในภาษาไทยใช้คำว่า ‘แนวคิดสตรีนิยม’ ที่ทำให้เกิดการเข้าใจผิดอยู่บ่อยครั้งว่าแนวคิดนี้เน้นเพียงการเอื้อประโยชน์ให้เพศหญิงเท่านั้น
เป็นเฟมินิสต์ไปทำไมถ้าเป็นแล้วใครๆ ก็ตั้งคำถาม? ดังนั้นบทความนี้จะมาบอกว่าทำไมเราถึงเป็นเฟมินิสต์           คำว่า Feminist, Feminism, สตรีนิยม, หรือชื่อเล่นที่หลายๆคนเรียกสั้นๆว่า เฟม ปัจจุบันไม่ได้เป็นคำศัพท์ที่แปลกใหม่หรือไกลตัวเท่าในอดีตนักแต่กลับกันมันสามารถถูกพบเห็นได้ทั่วไปในสังคมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะหากคุณเป็นคนใช้อินเตอร์เน็ต ดูหนัง ฟังเพลง เนื่องจากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามีการเคลื่อนไหวทางสังคม ภาพยนตร์
“มันเป็นเรื่องปกติธรรมดา” หรือ “เราเคยชิน” กับความได้เปรียบของ “ผู้ชาย”          ในช่วงเวลาที่เพิ่งผ่านพ้นไปไม่กี่เดือนก็มีเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นและนำไปสู่การออกมาขับเคลื่อนทางสังคมมากมายทั้งในประเทศไทยเองและต่างประเทศ หลายเรื่องคนในสังคมต่างเห็นพ้องต้องกัน แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ความคิดเห็นของคนในสังคมไม่เคยไปในทิศทางเดียวเลยไม่ว่าจะในประเทศใดก็ตาม เรื่องนั้นคือ ใดๆ ก็ตามที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของ “เพศ”       
ความแตกต่างเป็นสิ่งที่สวยงาม มหัศจรรย์ และคาดเดาไม่ได้ แต่เพราะเหตุใดกัน มันจึงกลายเป็นสิ่งที่ใช้แบ่งแยก เลือกปฏิบัติ หรือแม้แต่สร้างความชอบธรรมให้การกดขี่ เพียงเพราะเขามีอะไรก็ตามที่แตกต่างออกไปทุกคนเคยสงสัยกันไหมครับว่าเพศชายกับหญิงเนี่ยจะต่างกันได้ขนาดไหน และ ต่างกันได้ยังไงบ้าง? หลาย ๆ คนก็อาจจะมีคำตอบแล้วในใจ เช่น บทบาทตามบรรทัดฐานที่สังคมกำหนด (ใคร ๆ ก็รู้ว่า binary gender
Why are there so many fights between feminists? ทำไมเฟมินิสต์ถึง "เถียงกันเอง"          เราคงเคยได้เห็นข้อถกเถียงที่ดูเหมือนย้อนแย้งกันไปมาภายในกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่าเฟมินิสต์หรือสตรีนิยม ซึ่งบางครั้งก็สร้างความสับสนให้แก่สาธารณะชนผู้(เลือกที่จะอยู่)นอกเหนือขบวนการต่อสู้เพื่อสิทธิสตรีว่าสรุปแล้วเฟมินิสต์คืออะไร และต่อสู้เพื่ออะไรกันแน่ ทำให้หลายคนมองเฟมินิสต์ว่า ประสาทแดก จนพาลคิดไปว่า
          เพศหญิงในหลากหลายวัฒนธรรมทั่วโลกได้ถูกโครงสร้างทางสังคม (เช่น ค่านิยม บรรทัดฐาน และความเชื่อท้องถิ่นเกี่ยวกับเพศหญิงที่ถูกส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่น) กดทับมาเป็นเวลานานดังที่ได้ถูกบันทึกและปรากฎอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ ประสบการณ์ที่ผู้หญิงเหล่านั้นได้พบเจอ ทำให้พวกเธอตั้งคำถามต่อสิ่งที่เกิดขึ้น (ตัวอย่างเช่น การเรียกร้องสิทธิในการเลือกตั้งของสตรีในอังกฤษ ช่วงต้นศตวรรษที่ 20) จนนำไปสู่การสร้างแนวคิดหรือทฤษฎีและได้เกิดการเรียกร้องสิทธิของสตรี ต่อมาการเคลื่อนไหวทางสังคมของพวกเธอจึงได้เป็นที่รู้จักกันในนามของ Feminism
“สตรีนิยมกลายเป็นเรื่องละเอียดอ่อนเมื่อเกิดข้อโต้แย้งเกิดขึ้นในสังคม การเคลื่อนไหวของผู้หญิงทั่วโลกเรียกร้องถึงการเท่าเทียมทางเพศในเชิงลึก แตกต่างออกไปจากเรียกร้องเสรีภาพ อิสระ ศักดิ์ศรี คุณค่าของมนุษยนิยมและความเท่าเทียม” “เพราะมนุษยนิยมและความเท่าเทียมอาจไม่ใช่การตอบโจทย์ทั้งหมดของเหล่าสตรีนิยม ด้วยปัญหาการไม่เท่าเทียมเนื่องจากพวกเธอเป็น ‘ผู้หญิง’ การเคลื่อนไหวพวกเธอกำลังต่อสู้กับปัญหาทางเพศของผู้หญิงโดยเฉพาะ” *****คุณต้องเคยได้ยินการเรียกร้องของกลุ่มสตรีนิยม เกี่ยวกับ ‘สิทธิของสตรี’ ที่พวกเธอต้องการ การต่อสู้อย่างยาวนานนี้ มีมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 17 ทำให้ผู้หญิงในหลายประเทศสามารถขึ้นไปสู่ตำแหน่งสำคัญได้ในโครงสร้างสังคมชายเป็นใหญ่ ด้วยความตั้งใจของพวกเธอเอง ในปัจจุบันกลุ่มของสตรีนิยมมีการต่อสู้ที่เปิดกว้างมากขึ้นในเวทีโลก ด้วยเหตุนี้จึงมีการส่งเสียงของพวกเธอออกมามากขึ้นเกี่ยวกับปัญหาเชิงโครงสร้างของบริบททางเพศ โครงสร้างสังคมชายเป็นใหญ่แม้ว่าพวกเธอสามารถขึ้นสู่ตำแหน่งสำคัญที่มองเผิน ๆ ดูเหมือนว่าเท่าเทียม